เจาะลึกเรื่องน่ารู้ว่า AI แย่งงานแพทย์หรือไม่ในอนาคต

ปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์หรือ AI ทางการแพทย์นั้นกำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดด  ด้วยสาเหตุนี้จึงทำให้หลายคนเริ่มกังวลว่า AI นั้นจะมาแทนแพทย์หรือพูดง่ายๆ ว่า AI แย่งงานแพทย์หรือไม่ในอนาคต เพราะจากสิ่งที่เราเคยพบเจอในอดีต เทคโนโลยีหลายอย่างมักจะมาแทนที่พนักงานหรือแรงงานคนอยู่บ่อยครั้ง แต่สำหรับกรณีปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์นั้นแตกต่างออกไป เนื่องจากการทำงานของแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องพบปะกับคนไข้อย่างสม่ำเสมอนั้นมักมีความจำเป็นต้องใช้การปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์เป็นหลัก ดังนั้นรูปแบบการทำงานจะเป็นในลักษณะที่ AI ทำงานร่วมกับแพทย์เพื่อช่วยให้การทำงานง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังที่  Dr. Chun Yuan Chiang ผู้ก่อตั้ง IHDPay Group บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านระบบ Health care payments ได้ให้ความเห็นไว้กับ CNBC ว่าเขาเชื่อว่า AI ทางการแพทย์นั้นแม้จะพัฒนาไปไกลและวิเคราะห์ได้แม่นยำสักเพียงใด แต่ AI ก็ไม่สามารถแทนที่ความสัมพันธ์และการสื่อสารระหว่างแพทย์และผู้ป่วยได้อย่างทัดเทียม ค้นหาคำตอบผ่านมุมมองที่หลากหลายว่า AI แย่งงานแพทย์ได้หรือไม่ แม้ว่าคำศัพท์ที่ทรงพลังอย่างปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์หรือ AI กลายเป็นคำติดหูที่องค์กรต่างๆ เริ่มพูดถึงและให้ความสนใจเป็นอย่างมาก แต่ในทางปฏิบัติคนที่ทำงานหน้างานอย่างบุคลากรทางแพทย์ก็มักจะรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ว่า AI แย่งงานแพทย์หรือไม่ ดังนั้นเราลองมาฟังคำตอบจากหลากหลายมุมมองเพื่อนำไปประยุกต์ใช้และให้ AI ทำงานร่วมกับแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพแทนที่จะมาวิตกกังวลเสียดีกว่า คนไข้ยังคงไว้วางใจแพทย์มากกว่าปัญญาประดิษฐ์  หากมองในมุมเทคโนโลยีนั้น ปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์หรือ AI… Continue reading เจาะลึกเรื่องน่ารู้ว่า AI แย่งงานแพทย์หรือไม่ในอนาคต

การวัดผล AI ใน Healthcare เรื่องใหม่ที่ต้องใส่ใจก่อนเลือกใช้โซลูชั่น

การนำเทคโนโลยี AI มาใช้นั้นน่าจะเป็นการลงทุนในการพัฒนาศักยภาพองค์กรที่คุ้มค่า แต่ในขณะเดียวกันก็มีความท้าทายจากหลากหลายปัจจัย ดังนั้นการตัดสินใจเลือกใช้เทคโนโลยี AI ก็ควรจะเลือกระบบที่มีความเหมาะสมกับความต้องการขององค์กรให้มากที่สุด ด้วยเหตุนี้เราจึงควรจะพิจารณาปัจจัยต่างๆ ซึ่งจะทำให้เราสามารถเชื่อมโยงวัตถุประสงค์ขององค์กรกับศักยภาพในการทำงานของ AI ได้ แต่เมื่อ AI เป็นเทคโนโลยีที่ค่อนข้างใหม่ โดยเฉพาะกับอุตสาหกรรม Healthcare ในประเทศไทย เราจึงควรเรียนรู้และทำความเข้าใจกับเกณฑ์ในการวัดประสิทธิภาพของ AI เพื่อนำไปต่อยอดในการตัดสินใจเลือกใช้ระบบที่ตอบโจทย์องค์กรมากที่สุด เทคโนโลยี AI สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับอุตสาหกรรม Healthcare ได้อย่างไรบ้าง ด้วยข้อมูลวิเคราะห์เชิงลึกที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จาก AI ในวงการ Healthcare หลายองค์กรจึงเลือกใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาว โดยข้อมูลจากการสำรวจ State of AI สำหรับอุตสาหกรรม Healthcare ที่จัดทำโดย Deloitte ได้อธิบายมุมมองที่น่าสนใจดังต่อไปนี้ การลงทุน องค์กรขนาดใหญ่ที่ดำเนินการทำธุรกิจ Healthcare ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ มักจะมีการลงทุนในเรื่องของ AI เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการทำงานราวๆ 75% ในขณะที่หน่วยงานระดับกลางลงทุนสูงถึงเกือบ 95% เลยทีเดียว ผลลัพธ์การใช้งาน พบว่าผู้ใช้งานราวๆ 34% คิดว่า… Continue reading การวัดผล AI ใน Healthcare เรื่องใหม่ที่ต้องใส่ใจก่อนเลือกใช้โซลูชั่น

AI ปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามาเปลี่ยนวงการการแพทย์อย่างไร

เปลี่ยนโลกนิยายไซไฟให้กลายเป็นเรื่องจริงด้วยเทคโนโลยี AI ที่จะเข้ามาพลิกโฉมวงการ Healthcare ให้ก้าวล้ำนำหน้ากว่าเดิม แม้ว่าภาพของ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ในเมืองไทยนั้นอาจจะไม่ได้เป็นที่กล่าวถึงกันอย่างแพร่หลาย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเทคโนโลยี AI นั้นมีความน่าสนใจและน่าจะมีประโยชน์ต่อวงการแพทย์เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกระบวนการรักษาดูแลผู้ป่วย หรือเรื่องของการจัดการภายในองค์กร โดยจากการวิจัยใน MDM Policy & Practice พบว่าการบริหารจัดการในเรื่องพื้นฐานอย่างเช่น ระบบ AI ช่วยให้บุคคลากรทางการแพทย์สามารถเข้าถึงบันทึกข้อมูลทางการแพทย์ได้รวดเร็วขึ้น และจากการสำรวจยังพบอีกด้วยว่าแพทย์ส่วนใหญ่ราวๆ 77% รู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นตัวช่วยเพิ่มคุณภาพในการทำงาน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหากเลือกใช้ AI ให้เหมาะสมกับโครงสร้างขององค์กร ก็จะช่วยแบ่งเบาภาระแพทย์และทำให้การทำงานราบรื่นได้มากยิ่งขึ้น  การทำงานของ AI กับบทบาทในโลกอนาคตของวงการ Healthcare เบื้องต้นควรทำความเข้าใจก่อนว่า AI ไม่ใช่เทคโนโลยีที่ผูกขาดแต่เพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ความเชี่ยวชาญแต่ละสาขาในด้าน การแพทย์และสุขภาพได้มีการศึกษาและแตกแขนงเทคโนโลยี AI ออกเป็นเฉพาะด้าน ซึ่งช่วยให้ศาสตร์แต่ละแขนงถูกพัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญและองค์ความรู้ในสาขานั้นๆ มากที่สุด โดย AI ไม่สามารถแทนที่องค์ประกอบที่สำคัญของการปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์และการประสานงานต่างๆ ได้ แต่ระบบ AI จะเน้นในการปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงานเสียมากกว่า ถือเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระคนทำงานและช่วยอำนวยความสะดวกในการดำเนินงานได้มากยิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยี AI นั้นก้าวไกลไปมากขึ้นในทุกๆ วัน ดังนั้นลองมาดูกันว่า… Continue reading AI ปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามาเปลี่ยนวงการการแพทย์อย่างไร

Data Security เก็บข้อมูลอย่างไรให้ปลอดภัย

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ไม่ควรมองข้าม ต้องมีปัญหา “ความปลอดภัยของข้อมูล” (Data Security) โดยเฉพาะวงการธุรกิจการแพทย์และสุขภาพ ที่ต้องตอบโจทย์การทำงานทางไกลได้ ทำให้สถานพยาบาลหลาย ๆ แห่ง เริ่มให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของการจัดเก็บข้อมูลเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการดูแลรักษาความปลอดภัยของข้อมูลให้รอดพ้นจากอาชญากรทางไซเบอร์นำข้อมูลต่างๆ ไปใช้ในทางที่ผิด อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการป้องกันมากขนาดไหน แต่สุดท้ายก็พบช่องโหว่ให้สร้างภัยคุกคามต่างๆ โดยแฮ็กเกอร์ได้ ทั้งความผิดพลาดทางเทคนิคของคนเราหรือปัจจัยภายนอกองค์กร ความปลอดภัยของข้อมูล สำคัญกว่าที่คุณคิด จากสถิติของ Critical Insight บริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ชั้นนำ เปิดเผยข้อมูลเวชรด้านสุขภาพที่ได้รับการคุ้มครองของผู้ป่วยในปี 2021 ที่ผ่านมา พบว่ามีจำนวนผู้ถูกละเมิดความปลอดภัยทางไซเบอร์มากที่สุดเป็นประวัติการณ์มากกว่า 45 ล้านคนเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นจากปี 2020 ถึง 11 ล้านคน นอกจากนี้ กระทรวงสุขภาพและบริการมนุษย์ของสหรัฐฯ (HHS)เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า การละเมิดข้อมูลด้านการรักษาพยาบาลในปี 2022 เพิ่มสูงถึง 686 รายการ และอาจมีแนวโน้มที่ปริมาณการละเมิดข้อมูลด้านสุขภาพ จะแตะไปถึง 700 รายการในอนาคต ในจำนวนนี้มีเกือบ 80 รายการที่ส่งผลกระทบต่อการดูแลสุขภาพของบุคคลมากกว่า 1 แสนราย และรายการบางส่วนส่งผลกระทบต่อผู้ได้รับการคุ้มครองทางสุขภาพมากกว่า 1 ล้านคน โดยสาเหตุสำคัญของการถูกละเมิดข้อมูลด้านสุขภาพ… Continue reading Data Security เก็บข้อมูลอย่างไรให้ปลอดภัย

10 เทรนด์เทคโนโลยีสุขภาพที่น่าจับตามองในปี 2022

อุตสาหกรรมการแพทย์และการดูแลสุขภาพในปัจจุบัน มีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งเรื่องของการดูแลสุขภาพตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต การรักษาโรคด้วยยา เวชภัณฑ์ หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย รวมไปถึงเทคโนโลยีการรักษาที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ไม่เว้นถิ่นทุรกันดารด้วยระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งในปี 2022 นี้ จะมีแนวโน้มการเกิดเทรนด์เทคโนโลยีดูแลสุขภาพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่น่าสนใจมากมาย มาดูกันว่า จะมีอะไรที่น่าสนใจและมีกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างไรกันบ้าง 1. เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (Artificial Intelligence – AI)   หากไม่พูดถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (AI) อาจจะถือว่าตกเทรนด์ไปเลยก็ได้ เพราะในปี 2022 เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมการแพทย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะสถานการณ์ Covid-19 ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลก AI เป็นเครื่องมือเสริมในการรักษาและวินิจฉัยผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว จากอัลกอริทึมของ AI ที่สามารถประมวลผลการสแกนด้วยเอกซเรย์ หรือ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์  นอกจากนี้ AI ยังมีประโยชน์ในการช่วยจัดการในเรื่องของงานเอกสารและข้อมูลต่างๆ ซึ่งถือเป็นการแบ่งเบาภาระหน้างาน การวิจัยเวชภัณฑ์ หรือหุ่นยนต์อัจฉริยะ ที่ช่วยลดต้นทุน หรือลดความเสี่ยงในการจ่ายยา การรายงานผลและวินิจฉัยโรคต่างๆ ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ได้อย่างเหมาะสม ทำให้บุคคลากรทางการแพทย์สามารถมุ่งเน้นไปที่การดูแลผู้ป่วยได้มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ประโยชน์ของ AI จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน… Continue reading 10 เทรนด์เทคโนโลยีสุขภาพที่น่าจับตามองในปี 2022

ทำความรู้จักกับ Inspectra CXR ผู้ช่วยแพทย์ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

  ทำความรู้จักกับ Inspectra CXR ผู้ช่วยแพทย์ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ในวันที่ประเทศไทย มีจำนวนผู้ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อ COVID-19 มากกว่า 1 ล้านราย และมีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงกว่า 10,000 ราย โดยตัวเลขดังกล่าวยังคงมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสาเหตุที่ทำให้มีจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นนั้นมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน แต่หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญคือเรื่องความขาดแคลนของทรัพยากรและบุคคลากรทางการแพทย์ เมื่อทรัพยากรมีอยู่อย่างจำกัดทำให้ผู้ป่วยที่มีความจำเป็นจะต้องได้รับการรักษาอาจเข้าถึงระบบการรักษาล่าช้า หรือบางรายไม่สามารถเข้าถึงระบบการรักษาได้ ทางผู้เขียนจึงเกิดคำถามว่า “ถ้าตนเองหรือญาติพี่น้องติดเชื้อ COVID-19  จะรับมือกับปัญหาดังกล่าวอย่างไร” ทางออกที่สามารถทำให้ระบบสาธารณสุขยังดำเนินต่อไปได้ท่ามกลางภาวะที่ขาดแคลนเตียงและยารักษา COVID-19 ไม่เพียงพอต่อความต้องการ คือการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ ในวันนี้ทางผู้เขียนขอนำเสนอ ธุรกิจ Healthtech Startup ในนาม บริษัท เพอเซ็ปทรา จำกัด ที่มาแรงที่สุดในขณะนี้ เจ้าของผลิตภัณฑ์ “Inspectra CXR” เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เข้ามาช่วยแพทย์ในการคัดกรองผู้ป่วยที่มีอาการติดเชื้อในปอด ช่วยแยกความรุนแรงของผู้ติดเชื้อ และทำให้สามารถบ่งชี้ผู้ที่มีความจำเป็นจะต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนได้อย่างชัดเจน เทคโนโลยีนี้เองที่จะสามารถตอบโจทย์เรื่องการจัดการทรัพยากรทางการแพทย์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หากผู้ติดเชื้อ COVID-19 ทุกคนได้รับการตรวจเอกซเรย์ทรวงอกเพื่อคัดกรองภาวะติดเชื้อในปอดก่อน และนำข้อมูลนี้มาประเมินตามหลักเกณฑ์การจ่ายยาหรือรับเข้ารักษาในโรงพยาบาล การบริหารจัดการทรัพยากรทางการแพทย์จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผู้ที่สมควรได้รับยาจะได้รับยาอย่างทันท่วงที ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงก็จะได้รับการรักษาก่อนเพื่อลดอัตราการเสียชีวิต ระบบ Inspectra CXR… Continue reading ทำความรู้จักกับ Inspectra CXR ผู้ช่วยแพทย์ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

ทำไม Covid-19 ถึงตรวจเจอยาก

ทำไม Covid-19 ถึงตรวจเจอยาก แล้วอะไรล่ะที่จะมาช่วยให้ตรวจเจอ? ทราบหรือไม่ความร้ายกาจของเจ้าโคโรน่าไวรัส (novel coronavirus 2019) นั้นอยู่ตรงที่ความสามารถที่ตัวไวรัสนั้นจะสามารถซ่อนตัวอยู่ในระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง หรือ แถวหลอดลมลงจนไปถึงขั้วปอดของคนเรานั่นเอง ซึ่งในช่วงแรก ๆ ผู้ป่วยอาจจะไม่แสดงอาการเจ็บป่วยอื่น ๆ ออกมาให้เห็นเลย ทำให้การตรวจยืนยันโคโรน่าไวรัสนั้น ลำบากขึ้นไปอีก เพราะถ้ามีการเก็บ sample เฉพาะระบบทางเดินหายใจส่วนบนก็อาจทำให้ตรวจเชื้อไม่พบ และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้การแพร่กระจายเกิดขึ้นในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ปัจจุบันวิธีการตรวจมาตราฐาน (Gold standard) ที่ใช้ในการตรวจสกรีนโรคโควิด 19 นั้นคือการนำเสมหะไปตรวจโดยใช้เทคนิค real-time reverse-transcriptase polymerase chain reaction (rRT-PCR) คือการตรวจหาสารพันธุกรรมว่ามีการเรียงตัวเหมือนเจ้าโคโรน่าไวรัส 2019 (SARS-CoV-2) นี้หรือไม่  ซึ่งวิธีดังกล่าวเป็นวิธีที่ทันสมัยและมีโอกาสการตรวจพบมากที่สุด และรู้ผลได้ในระยะเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ซึ่งในหลายประเทศพยายามที่จะผลิต test kit ให้ประชาชนสามารถตรวจได้ในวงกว้างมากขึ้น ลดอัตราความเสี่ยงในการพบปะผู้คนระหว่างการเดินทางไปตรวจ แต่อย่างไรก็ตามในประเทศจีนก็ยังมีกรณีของเด็กชายอายุ 10 เดือนที่ผ่านการตรวจ rRT-PCR แล้วพบว่าเป็นเพียงไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A… Continue reading ทำไม Covid-19 ถึงตรวจเจอยาก

อุปสรรคสำคัญในการสร้างปัญญาประดิษฐ์เพื่อการแพทย์ในประเทศไทย

อุปสรรคสำคัญในการสร้างปัญญาประดิษฐ์เพื่อการแพทย์ในประเทศไทย กว่าหนึ่งปีแล้วที่บริษัทเพอเซ็ปทราทำงานอย่างมุ่งมั่นที่จะทำให้ปัญญาประดิษฐ์สามารถตรวจโรคจากภาพถ่ายทางการแพทย์ได้ในโลกจริง ความฝันของเราคือการทำให้ AI สามารถตรวจพบความผิดปกติในรูปถ่ายเอกซเรย์ เพื่อคัดกรองโรคที่ฆ่าชีวิตคนไทยได้ตั้งแต่ในระยะเริ่มต้น เช่น มะเร็งปอด ปอดติดเชื้อ ถุงลมโป่งพอง และวัณโรค เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสการรักษาให้หายได้ และเราอยากเห็นทุกโรงพยาบาลในประเทศไทยได้ใช้ประโยชน์จากเอไอโดยทั่วกัน แม้ว่าการนำเอาปัญญาประดิษฐ์มาตรวจภาพถ่ายทางการแพทย์ ไม่ใช่เรื่องใหม่แล้วในสังคมของนักวิชาการ มีหลายทีมในโลกนี้ที่อ้างว่า AI สามารถตรวจเช็คโรคได้แบบมีความแม่นยำเทียบเท่ารังสีแพทย์ ในฐานะคนทำงานด้านเทคโนโลยี เราก็เกิดความสงสัยว่า ทำไมเอไอเหล่านี้จึงไม่อยู่ในโรงพยาบาลทุกแห่ง วันนี้ทีมเพอเซ็ปทราอยากจะมาเล่า 3 อุปสรรคหลักที่เราพบเจอในเส้นทางของการนำปัญญาประดิษฐ์ออกสู่มวลชน AI ที่สามารถตรวจภาพถ่ายเอกซเรย์ในต่างประเทศได้ ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถตรวจภาพของคนไทยได้ ปัญหาใหญ่ในการสร้างปัญญาประดิษฐ์คือปัญหา “Overfitting” ถ้าจะอธิบายคำนี้ง่ายๆ ให้คนที่ไม่ได้มีพื้นฐานด้านเทคนิคเข้าใจ มันคือปัญหาที่คอมพิวเตอร์รู้จักภาพ แต่ไม่ได้เข้าใจภาพจริงๆ เช่น คอมพิวเตอร์อาจจะเคยเห็นภาพปอดเอกซเรย์ที่มีก้อนเนื้ออยู่ตรงปอดด้านขวา และมันสามารถจำภาพนั้นได้และเมื่อเจอภาพนั้นอีกครั้งก็อาจจะบอกได้ว่ามีก้อนเนื้ออยู่ แต่มันไม่ได้เข้าใจว่า “ก้อนเนื้อ” หน้าตาเป็นอย่างไร พอเราเอาภาพเอกซเรย์ที่มีก้อนเนื้ออยู่ตรงปอดด้านซ้าย คอมพิวเตอร์กลับไม่สามารถบอกได้ว่ามีก้อนเนื้ออยู่ เพราะที่ผ่านมามันท่องจำ แต่ไม่ได้เข้าใจจริงๆ ปัญญาประดิษฐ์แม้จะฉลาดมากก็จริง แต่ในขณะเดียวกันก็มีความไม่เฉลียว และสามารถถูกหลอกได้ง่ายมาก ภาพจากโรงพยาบาลไทยที่ถ่ายจากคนไข้ไทย ไม่ได้เพียงแต่มีสรีระที่แตกต่างจากภาพจากโรงพยาบาลต่างชาติ แต่เครื่องไม้ เครื่องมือในการถ่าย วิธีการตั้งค่าความเข้มของเอกซเรย์ ความสว่าง ความคมชัด จนกระทั่งสถิติของการเกิดโรค ล้วนแล้วแต่มีผลทำให้ภาพที่ออกมาแตกต่างกัน… Continue reading อุปสรรคสำคัญในการสร้างปัญญาประดิษฐ์เพื่อการแพทย์ในประเทศไทย