ทำความรู้จักกับ Inspectra CXR ผู้ช่วยแพทย์ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

laptop-screen

 

ทำความรู้จักกับ Inspectra CXR ผู้ช่วยแพทย์ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

ในวันที่ประเทศไทย มีจำนวนผู้ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อ COVID-19 มากกว่า 1 ล้านราย และมีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงกว่า 10,000 ราย โดยตัวเลขดังกล่าวยังคงมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสาเหตุที่ทำให้มีจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นนั้นมาจากหลายปัจจัยด้วยกัน แต่หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญคือเรื่องความขาดแคลนของทรัพยากรและบุคคลากรทางการแพทย์ เมื่อทรัพยากรมีอยู่อย่างจำกัดทำให้ผู้ป่วยที่มีความจำเป็นจะต้องได้รับการรักษาอาจเข้าถึงระบบการรักษาล่าช้า หรือบางรายไม่สามารถเข้าถึงระบบการรักษาได้ ทางผู้เขียนจึงเกิดคำถามว่า “ถ้าตนเองหรือญาติพี่น้องติดเชื้อ COVID-19  จะรับมือกับปัญหาดังกล่าวอย่างไร”

ทางออกที่สามารถทำให้ระบบสาธารณสุขยังดำเนินต่อไปได้ท่ามกลางภาวะที่ขาดแคลนเตียงและยารักษา COVID-19 ไม่เพียงพอต่อความต้องการ คือการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ

ในวันนี้ทางผู้เขียนขอนำเสนอ ธุรกิจ Healthtech Startup ในนาม บริษัท เพอเซ็ปทรา จำกัด ที่มาแรงที่สุดในขณะนี้ เจ้าของผลิตภัณฑ์ “Inspectra CXR” เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เข้ามาช่วยแพทย์ในการคัดกรองผู้ป่วยที่มีอาการติดเชื้อในปอด ช่วยแยกความรุนแรงของผู้ติดเชื้อ และทำให้สามารถบ่งชี้ผู้ที่มีความจำเป็นจะต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนได้อย่างชัดเจน เทคโนโลยีนี้เองที่จะสามารถตอบโจทย์เรื่องการจัดการทรัพยากรทางการแพทย์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

หากผู้ติดเชื้อ COVID-19 ทุกคนได้รับการตรวจเอกซเรย์ทรวงอกเพื่อคัดกรองภาวะติดเชื้อในปอดก่อน และนำข้อมูลนี้มาประเมินตามหลักเกณฑ์การจ่ายยาหรือรับเข้ารักษาในโรงพยาบาล การบริหารจัดการทรัพยากรทางการแพทย์จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผู้ที่สมควรได้รับยาจะได้รับยาอย่างทันท่วงที ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงก็จะได้รับการรักษาก่อนเพื่อลดอัตราการเสียชีวิต

ระบบ Inspectra CXR จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในจุดนี้เพราะช่วยให้แพทย์รังสีสามารถตรวจวินิจฉัยภาพเอกซเรย์ปอดได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น โดยตั้งแต่เดือนมิถุนายนจนถึงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ระบบอินสเป็คทราเข้ามาได้ช่วยแพทย์ทำการคัดกรองผู้ป่วยติดเชื้อโควิดไปแล้วไม่ต่ำกว่า 130,000 ราย โดยระบบอินสเป็คทราสามารถพบความผิดปกติในปอดของผู้ติดเชื้อและแจ้งเตือนสภาวะที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อพร้อมทั้งบ่งชี้ตำแหน่งความผิดปกติในปอดทำให้แพทย์สามารถวินิจฉัยได้เร็วขึ้นและแม่นยำยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันยังมีผู้ป่วยติดเชื้ออีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการคัดกรองด้วยภาพถ่ายรังสีทรวงอก

Inspectra CXR ได้รับการพัฒนามาจากภาพถ่ายรังสีทรวงอกกว่า 1.5 ล้านภาพ และใช้เวลาในการวิจัยพัฒนามากว่า 2 ปี เพื่อวินิจฉัยความผิดปกติที่พบได้ทั่วไปจากภาพถ่ายรังสีทรวงอกได้ถึง 8 สภาวะ และผลลัพธ์ที่ได้มีความแม่นยำมากกว่า 94% จากการทดสอบการอ่านผลภาพถ่ายรังสีทรวงอกของคนไทยกว่า 100,000 ภาพ จนได้รับการยอมรับจากแพทย์ผู้ใช้งานในวงกว้างทั้งในและต่างประเทศ ทางบริษัทฯ จึงได้นำผลลัพธ์ไปต่อยอดให้แพทย์ในโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั้งโรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ และโรงพยาบาลขนาดใหญ่และเล็กทั่วประเทศ โดยการใช้งานในโรงพยาบาลจะเป็นการเชื่อมต่อระบบ Inspectra CXR เข้ากับระบบสารสนเทศของโรงพยาบาล ทำให้แพทย์ผู้ใช้งานสามารถใช้งานระบบ Inspectra CXR ได้อย่างสะดวก และไม่กระทบรูปแบบการทำงานเดิม ทำให้ช่วยลดระยะเวลาและภาระงานของแพทย์รังสีในการอ่านภาพถ่ายรังสีทรวงอกได้มากถึงร้อยละ 70

ระบบดังกล่าวเกิดขึ้นจากบริษัท เพอเซ็ปทรา ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี AI เข้าผนึกความร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี อีกทั้งยังได้มีการทำวิจัยร่วมกับโรงเรียนแพทย์ องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และโรงพยาบาลอีกหลายแห่ง วันนี้ระบบ Inspectra CXR ได้มาเป็นผู้ช่วยแพทย์กว่า 1,000 รายในการตรวจจับรอยโรคในกว่า 80 โรงพยาบาลทั่วประเทศ

นอกเหนือจากการช่วยคัดกรองผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 แล้วระบบ Inspectra CXR ยังสามารถใช้งานในการตรวจคัดกรองปกติที่จะมาช่วยตรวจจับโรคที่พบทั่วไปในปอดได้ถึง 8 สภาวะ อีกทั้งระบบมีการให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้สามารถเข้ามาช่วยการคัดกรองในสภาวะเร่งด่วนอย่างห้องฉุกเฉินได้เช่นกัน นอกจากนี้บริษัทยังให้ความสำคัญมากในเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล โดยที่ระบบดังกล่าวมีการล็อคข้อมูลถึง 3 ชั้น และได้มาตรฐานรักษาความปลอดภัยของข้อมูลระดับสากล อีกทั้งมีการจำกัดสิทธิการดูข้อมูลเฉพาะบุคลากรที่ได้รับอนุญาตจากโรงพยาบาลเจ้าของข้อมูลเท่านั้น

เพอเซ็ปทรามีความตั้งใจที่จะนำผลงาน AI healthcare มาเสริมจุดเด่นด้านการบริการสาธารณสุขของประเทศไปสู่เวทีโลก โดยเริ่มพัฒนา AI สำหรับการแพทย์ในส่วนอื่นเพิ่มเติมแล้ว และจะมีแผนที่จะขยายการบริการไปยังประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในปี 2565 สำหรับโรงพยาบาลที่สนใจปรึกษาเกี่ยวกับการใช้งานระบบปัญญาประดิษฐ์สำหรับการแพทย์เพิ่มเติม สามารถติดต่อบริษัทได้ที่ Facebook Page: Perceptra หรือ Line Official: @Perceptra